[FanFic] HP - Cedric x Harry (1)

posted on 05 Jun 2014 21:00 by yamiltokae

[Cedric x Harry]

-1-




ผม ไม่รู้ว่าเมื่อคืนผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกปลุกโดยกลิ่นไหม้ของขนมปังปิ้งทาหน้าด้วยแยมองุ่น และน้ำฟักทอง  ผมกับพ่อไปถึงจุดนัดพบก่อนเวลา สังเกตได้ว่าพ่อดูกระตือรือร้นและตื่นเต้นมากๆ เอ่อ.. หมายถึงมากกว่าปกติน่ะ

            “พ่อว่าเรามาเร็วเกินไปมั้ย ?” พูดจบผมก็กัดแอปเปิ้ลสีเขียวในมือ และค่อยๆซึมซับรสชาติเปรี้ยวอมหวานของมัน เห็นได้ชัดว่าอาหารเช้าที่ผมได้กินมาเมื่อครู่มันไม่ได้ทำให้ผมอิ่มท้องเลย ซักนิด และแน่นอนในเป้ของผมยังมีขนมปังอบเสร็จใหม่ๆ ครัวซองค์ น้ำฟักทอง และเอ่อ.. ยังมีอีกเยอะแยะจนผมสารยายไม่หมด

            “พ่ออยากให้ลูกได้สูดบรรยากาศในช่วงเช้า และดูพระอาทิตย์ขึ้นต่างหากล่ะ”

            “เหรอครับ แต่นี่เห็นได้ชัดว่าฟ้ามันยังมืดอยู่เลยนะ ?”  

ผม ว่าพ่อเขาตื่นเต้นที่จะได้เจอกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เหมือนกับเด็กๆที่ตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะได้ไปเข้าค่ายหน้า ร้อนของโรงเรียน

            “พ่อว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นคนยังไง ?”

            “อย่าเพิ่งด่วนสรุปนิสัยของคนที่เราไม่รู้จัก จนกว่าจะได้รู้จักเขาดี เซด”

พ่อ โปรยประโยคเด็ดของเขาออกมาและมองมาทางผม ผมยักไหล่เป็นคำตอบก่อนที่จะปีนขึ้นต้นไม้ เพราะผมคงทนอยู่นิ่งนานๆไม่ได้ แน่นอนระหว่างที่ผมนั่งอยู่บนกิ่งไม้นี่ผมก็จะค่อยๆซึมซับรสชาติของอาหารที่ อยู่ในกระเป๋าเป้ของผมและคิดอะไรหลายๆอย่าง

คน ดังแฮร์รี่ พอตเตอร์ คิดอีกแง่ก็คงดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ถูกพวกผู้ใหญ่โอ๋จนเคยตัว หรือเรียกง่ายๆก็คือ คงเหมือนลูกคุณหนูที่อยู่ในไข่หิน แต่วีรกรรมที่เขาก่อแต่ล่ะอย่าง คงไม่ใช่ “ในไข่หิน” นัก เขาดูเหมือนพวกรักการผจญภัยและชอบเรื่องราวตื่นเต้น แต่ก็อย่างที่พ่อผมพูด อย่าเพิ่งด่วนสรุปนิสัยของคนที่เราไม่รู้จัก จนกว่าจะได้รู้จักเขาดี ผมว่าการเป็นคนดังนี่คงทำให้เขาอึดอัดน่าดู  แต่นี่ก็แค่ในความคิดส่วนตัวของผมล่ะนะ

ผมนั่งบนกิ่งไม้อยู่นาน จนเกือบจะเผลอหลับไปหลายรอบ ฟ้าเริ่มจะสางแล้ว ผมเดาว่าอีกไม่นานพระอาทิตย์คงจะขึ้น

และ..ใกล้จะสายแล้ว

            “อาเธอร์ ! เกือบมาไม่ทันแล้ว” จู่ๆพ่อก็ตะโกนขึ้นมาจนผมต้องหันไปมอง ใช่...พวกเขามากันแล้ว

ผมกวาดสายตามองหาแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาเดินอยู่ท้ายๆของกลุ่ม สวมแว่นอันเดิมไม่เคยเปลี่ยน  ..เอ่อ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันคือแว่นอันเดิมรึเปล่า แต่ผมเห็นเขาใส่แว่นแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว

            “โทษทีเอมอส พวกเราบางคนยังลืมตากันไม่ขึ้นน่ะ”  วิสลีย์คนพ่อพูดพลางหันไปมองลูกชายของเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมมองตามไปด้วย และใช่ ถูกของเขา ยังลืมตากันไม่ขึ้น โรนัลด์ วิสลีย์อ้าปากหาวซะจนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อคืนนี้เขานอนกี่ทุ่มกันแน่ ผิดกับแฮร์รี่ เขาดูตื่นเต็มที่แล้ว ถ้าไม่นับตาแดงๆของเขาที่บอกว่านอนไม่พอ

            “นี่คือ เอมอส ดริกกอรี่ นะทุกคน เขาทำงานอยู่กับฉันที่กระทรวงน่ะ”

โอ้ใช่ ! ผมคงต้องลงจากต้นไม้นี่แล้วสินะ ! ผมกระโดดลงต้นไม้แบบนิ่มๆและยิ้มให้กับคุณอาเธอร์

            “หนุ่มหล่อล่ำคนนี้คงเป็น เซดดริก เดาถูกมั้ย?” ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือออกมาและผมก็จับมือกับเขา

            “ใช่ครับ ทางนี้เลย”

พ่อ ตบบ่าผมก่อนที่ผมจะรีบนำทางทุกคนไปที่กุญแจนำทาง เพราะมันใกล้จะสายเต็มทีแล้ว ผมหันไปเหลือบมองพอตเตอร์ และก็พบว่าพ่อของผมกำลังคุยกับเขาอยู่   พ่อของผมนี่ไม่เคยพลาดโอกาสเลยซักครั้ง

เรา เดินกันไปเรื่อยๆ ระหว่างทางผมก็คอยแอบมองแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ห่างๆ และมองดูเป็นระยะๆ คนอื่นแห็นเข้าคงดูเหมือนเป็นพวกโรคจิต ผมไม่ปฎิเสธ เพราะมันดูเหมือนจริงๆจนผมยังแปลกใจเลยด้วยซ้ำว่าผมจะมองเขาไปทำไมกัน ผมมีความรู้สึกแปลกประหลาดว่า ถ้าไม่จับตามองเขาคนนั้นให้ดี เขาคนนั้นจะหายไป อย่างไรอย่างงั้น ?

จู่ๆ แสงอาทิตย์ก็กระทบกับตาของผมจนทำให้ผมต้องเอามือบังแสงอาทิตย์อย่างทันที มันเป็นเวลาพระอาทิตย์ขึ้น พวกเราทุกคนหยุดดูพระอาทิตย์อย่างอัตโนมัติ จนพ่อของผมตะโกนขึ้นมาว่าให้รีบไปได้แล้ว  ทุกคนเดินผ่านหน้าผมไป ซึ่งถ้าเป็นปกติผมคงต้องรีบเดินไปทันที แต่คราวนี้ไม่ ผมหยุดอยู่กับที่และรอให้พอตเตอร์เดินเข้ามา

ผม ยิ้มให้เขา ก่อนที่พอตเตอร์จะยิ้มกลับมาให้ผมอย่างประหลาดใจ  ใช่ เป็นผมคงรู้สึกประหลาดใจล่ะ ว่าจู่ๆคนหล่อล่ำ ดูเป็นผู้นำ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มารอกันแบบนี้ ทั้งที่เขาก็อยู่ท้ายแถวมาตลอด อ่า ผมไม่ได้หลงตัวเองนะ แค่มีคนพูดแบบนี้กับผมบ่อยแค่นั้นล่ะ

            “พระอาทิตย์สวยนะ ว่ามั้ย ?”  ผมเป็นคนเริ่มชวนคุยก่อน แฮรี่หันมามองอย่างประหม่าก่อนที่จะตอบผม

            “อ๋อใช่ สวยดี เห็นแล้วนึกถึงขนมปังอบเสร็จใหม่ๆเลยล่ะ”

ไม่ แน่ใจว่าเขาเล่นมุขแก้เครียดรึเปล่า แต่ในบางครั้งเวลาเช้าตรู่ พอผมเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมหัวเราะกับมุขของเขาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบขนมปังออกจากกระเป๋าเป้

            “ขอเดาว่าเมื่อเช้านายคงรีบออกจากบ้านโดยได้ทานอาหารเช้าแค่เศษหนึ่งส่วนสามนะ”

ว่าแล้วผมก็โยนขนมปังในมือไปให้กับพอตเตอร์   “ขอบใจ ไม่นึกว่าคุณจะพกมาด้วย”  เขายิ้มให้ผม

            “อาหารเช้าสำคัญที่สุดน่ะ ฉันเซดดริก ดริกกอรี่ ยินดีที่ได้เจอ” 

            “แฮร์รี่ พอตเตอร์ ยินดีที่ได้เจอเช่นกัน”  พูดจบเขาก็กินขนมปังที่ผมเพิ่งให้ และผมเดาว่ามันคงจะอร่อยน่าดู

แสง อาทิตย์สาดส่องเข้ามา กระทบกับดวงตาของเขา โอ้ นี่ผมไม่ได้สังเกตเลยเหรอว่าตาของเขาดู..น่าหลงใหลแค่ไหน และยิ่งมีแสงอาทิตย์อ่อนๆมากระทบกับดวงตาของเขาแล้ว มันยิ่งทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ตลอดเวลาที่อยู่ในฮอกต์วอส์ ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะได้เห็นแฮรี่ในสภาพที่ เอ่อ.. ไม่มีรอยแผลอยู่บนหน้า หรือเลือด ไม่ก็แผลถลอกต่างๆนานา ยกเว้นแต่ตอนเพิ่งเปิดภาคเรียน และในวันนี้ ผมได้เห็นเขาในสภาพที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็น ถ้าไม่นับเรื่องที่ง่วงนอนจนตาแดง ผิวของเขาดูขาวเนียนกว่าที่ผมคิด เส้นผมที่เคนถูกตัดสั้นมาตลอดในครั้งนี้มันกลับยาวกว่าเดิม และ...เขาตัวเล็กกว่าที่ผมคิดซะอีก

            “โอ้ ใช่ ! มันอยู่นั่น”

พ่อผมตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินนำไปที่รองเท้าบู้ทเก่าๆ แต่พูดให้ถูกคือ มันคือกุญแจนำทาง

            “อะไรนะ ? โอ้ใช่ เราไม่อยากจะไปสาย” อาเธอร์ วิสลีย์พูด ก่อนจะดันฝาแฝดให้เดินไปข้างหน้า

พ่อของผมเร่งพวกเราให้เดินเร็วขึ้น  ถ้าเขาสั่งให้เราวิ่งได้คงสั่งไปแล้ว

            “ยืนในตำแหน่งที่เหมาะด้วยนะทุกคน” ทุกคนยืนล้อมรอบกุญแจนำทาง ในขณะที่แฮรี่ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจอยู่

            “ทำไมต้องมายืนล้อมรองเท้าบู้ทเก่าๆด้วย?”

โอ้ คงมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้ว่ารองเท้านี่คือกุญแจนำทาง ถูกอย่างที่พ่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่ค่อยรู้เรื่องราวในโลกพ่อมดแม่มดนัก เพราะอยู่กับพวกมักเกิ้ลมาตั้งแต่เด็ก ผมอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่านี่ไม่ใช่รองเท้าบู้ท แต่ก็ถูกฝาแฝดวิสลีย์ชิงบอกไปก่อน  พวกเราจับรองเท้าบู้ธเอาไว้ เตรียมตัวที่จะเดินทาง แต่ก็มีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่จับซักที ถ้าผมยืนอยู่ข้างๆเขาผมคงจะสะกิดเขาไปนานแล้ว ว่าให้จับซักทีสิ !

            “แฮร์รี่ !!” อาเธอร์ วิสลีย์ตะโกน จนแฮรี่ต้องรีบจับรองเท้าบู้ทเอาไว้ และมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่พ่อของผมนับถึงสามพอดิบพอดี กุญแจนำทางพาเรามาถึงจุดหมาย ได้อย่างปลอดภัย ทุกคนที่เพิ่งเคยเดินทางโดยวิธีนี้เป็นครั้งแรก ล้มลงบนพื้นไม่เป็นท่า มันก็ไม่แปลกนักหรอก ที่จะล้มแบบนั้น ครั้งแรกที่ผมเดินทางโดยวิธีนี้ผมเคยล้มไปทับเด็กผู้หญิงที่เดินทางไปด้วย กันเข้าจนได้ของที่ระลึกเป็นรอยมือแดงๆห้านิ้วบนแก้มของผมเอง นั่นทำให้ผมเข็ดหลาบไปหลายวันและกำชับพ่อหลายหนว่า อย่าเอาผู้หญิงมาร่วมเดินทางกับเราด้วยเด็ดขาดจนกว่าผมจะชินกับการเดินทาง แบบนี้

            “พนันได้ว่าช่วยทำให้จมูกโล่ง!” อาเธอร์ วิสลีย์พูดก่อนจะเดินไปต่อ ผมสังเกตเห็นแฮร์รี่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น อาจเป็นเพราะเขายังมึนงงกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น ผมจึงยื่นมือไปให้เขาจับ 

            “ขอบใจ” เขายิ้มให้ผมเป็นรอบที่สองของวันนี้พลางยื่นมือมาจับที่มือของผม ตอนแรกผมเดาไว้ว่ามือของเขาจะนุ่มพอๆกับมือของพวกลูกคุณหนูที่วันๆไม่ทำอะไร แต่มันกลับไม่ใช่ มือของเขาเหมือนคนปกติทั่วไปไม่นุ่มหรือสาก นั่นแสดงให้เห็นว่าเขามักจะทำงานบ้านอยู่ตลอดเวลา  ผมดึงมือของเขาเพื่อให้เขายืนขึ้นได้ ก่อนจะเดินตามพวกพ่อไป

เรา เดินกันไปไม่ถึงนาทีก็ถึงที่หมาย นั่นคือที่พักของคนที่มาดูการแข่งขันควิซดิกส์ เห็นได้ชัดว่าการแข่งขันนี่น่าจับตามองเท่าไหร่ เพราะคนที่มาดูนั้น เยอะซะจนสุดลูกหูลูกตา ผมเหลือบมองไปทางแฮร์รี่เล็กน้อย ตอนนี้แววตาเขาดูตื่นเต้นไม่น้อย คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาชอบมัน ชอบสถานที่แห่งนี้  พวกเราเดินด้วยกันไปซักพัก ก่อนที่จะแยกทางกันไปที่เต้นท์ของแต่ละครอบครัว  ผมและพ่อเดินเข้าไปในเต้นท์ มันกว้างมาก กว้างเกินกว่าที่จะให้ผู้ชายสองคนมาอยู่ด้วยกัน

            “เซด ถ้าหิวก็กินได้เลยนะ” พ่อชี้ไปที่ผลไม้ที่วางอยู่ในห้องครัวแล้วเก็บกระเป๋าสัมภาระ

            “นี่มันยังไม่เที่ยงเลยนะพ่อ อีกอย่าง ผมก็เพิ่งกินไปเมื่อกี้นี้เอง”

ผมวางกระเป๋าลงบนเตียงนอนของตัวเองบ้าง  “ลูกก็กินตลอดล่ะ” พ่อหัวเราะซะยกใหญ่ก่อนที่ผมจะคัดค้าน

            “มื้อเช้าสำคัญนะพ่อ ผมจะกินไม่อั้นแค่เฉพาะมื้อเช้าเท่านั้น” ผมยิ้มก่อนจะเดินไปหยิบผลแอปเปิ้ลและกัดมันไปหนึ่งคำ ผมมองดูตารางการแข่งขัน การแข่งขันจะเริ่มภายในคืนนี้ แต่ที่ผมเห็นคือ ตอนนี้มันยังไม่เที่ยง อีกนานกว่าจะเริ่มแข่งขัน ระหว่างที่รอ ผมควรที่จะออกไปสูดอากาศ

            “อ้าวเซด ? นั่นลูกจะไปไหนนะ”

            “สูดอากาศยามเช้าไงครับพ่อ” พูดจบผมก็หัวเราะ ก่อนจะเดินออกไปนอกเต้นท์

ทุก คนที่มาดูการแข่งขันนี้แต่ละคนดูตื่นเต้นกว่าที่ผมคิด ผมหยุดทักทายคุณลุงที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของพ่อที่ทำงานด้วยกันในกระทรวง ก่อนจะปลีกตัวออกมาและเดินต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างเดินก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงท่าทางอยากจะเดินเข้ามาหาผม แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ลังเลและเดินหายไป แต่ก็ช่างเถอะ ผมไม่ค่อยชอบเป็นฝ่ายไล่ตามใครเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับคนที่ผมไม่รู้จัก  ผมเดินไปซักพักก่อนที่จะเจอแผ่นหลังใครซักคนที่ดูคุ้นเคยมากๆ เขาหันซ้ายขวาไปมาอย่างวอกแวก ทำท่าทางเหมือนจะเดินไปข้างหน้าแต่ก็ไม่เดิน สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเดินไปที่ร้านขายของที่อยู่ตรงขวามือของเขา

 

            “หลงทางเหรอ พอตเตอร์ ?”  

ผมเดินเข้าไปหาเขาและทักทาย เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะหันมามองผม

            “เอ่อ ... เรียกว่าแฮร์รี่ก็ได้  พอมีคนเรียกฉันด้วยนามสกุลทีไรพลอยให้นึกถึงใครคนนึงน่ะ”

            “ขอเดาว่า ใครคนนั้นคงเป็นคนที่นายไม่ค่อยชอบใจนัก”

แฮร์ รี่ยักไหล่เป็นคำตอบ ก่อนจะมองหาของที่เขาพอจะซื้อได้  ผมสังเกตได้ว่าเขาดูหายใจไม่ทั่วท้องนัก คงเป็นเพราะไม่ชินกับสถานที่ หรือไม่ก็ ไม่ชินกับการที่ต้องมาอยู่กับผม

            “แล้วพวกวิสลีย์กับเกรนเจอร์ล่ะ ?”  ผมหันไปถามพลางหยิบผ้าพันคอสีแดงของทีมมาเกรเรียขึ้นมา ที่ผมถามไปแบบนั้นเพราะปกติผมจะเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าตัวติดกัน อาจเป็นเพราะแฮร์รี่เป็น..แบบนี้ พวกเขาจึงไม่ค่อยอยากจะให้แฮรี่อยู่ตามลำพังนัก

            “เอ่อ... รอนบอกว่าเขาได้กลิ่นซุปข้าวโพดเลยคิดว่าจะไปซื้อ เฮอร์ไมโอนี่กับจินนี่เลยตามไปด้วย ส่วนเฟรดกับจอร์จ พอละสายตาไปซักพักพวกเขาก็หายไปแล้ว”

            “นั่นเป็นเหตุผลที่นายทำตัวเลิกลั่กเมื่อกี้สินะ”  พูดจบผมก็แอบหัวเราะ

            “หยุดเลย  ผมไม่ได้หลงทางแบบที่คุณคิดนะ ตอนนั้นแค่คิดว่าจะตามพวกนั้นไปดีมั้ย หรือจะรออยู่ตรงนั้นแค่นั้น..เอง ...?  อะไร ?”

แฮร์รี่ยังพูดไม่ทันจบผมก็เอาผ้าพันคอที่อยู่ในมือเมื่อครู่นี้ พันรอบคอเขา นั่นทำให้เขามองผมอย่างประหลาดใจ

            “อืม นายเข้ากับสีแดงกว่าที่ฉันคิดนะ ไหนลองดูซิ”  พูดจบผมก็หยิบหมวกแถวนั้นมาใส่ให้เขา

            “เอ่อ เซดดริก”  แฮร์รี่ทำท่าทางเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมา 

“อืม เข้ากันดีนะ ฉันซื้อให้”  ผมตบบ่าเขา ก่อนจะวางเงินให้พ่อค้า ดูท่าแฮร์รี่ยังคงมึนงงอยู่ ผมจึงดันให้เขาเดินออกจากร้านไป

“เอ่อ คือ ขอบใจนะ ไม่รู้ว่าจะตอบแทนนายยังไงดี”

แฮร์รี่ยังคงทำท่าทางเลิกลั่กและมองไปที่ข้างหลังผม ระหว่างที่เขาพูดเขาก็ไม่ยอมหันมามองผมเลยแม้แต่น้อย

            “เรื่องแค่นี้เอง ?  คิดซะว่าเป็นของขวัญจากฉันละกัน ได้ยินว่านายยังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับโลกพ่อมดแม่มดมากนัก ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ หรือสงสัยอะไรก็มาถามฉันได้  ถึงที่ฮอกวอตส์เราจะอยู่คนละบ้านก็เถอะนะ”

            “ขอบใจมากเซดดริก แล้วพอดีว่าตอนนี้ฉันดันมีเรื่องอยากจะถามนายพอดิบพอดีเลยล่ะ”

            “ว่ามาสิ” 

ผมพยักหน้าก่อนที่แฮร์รี่เดินเข้ามาใกล้ผมจนเกือบจะชิด เขากระซิบเสียงเบา นั่นทำให้ผมต้องก้มหัวลงไปฟัง เพราะเขาตัวเล็กกว่าผม

            “มีผู้หญิงตามนายมาตั้งแต่ที่ร้านขายของแล้ว นายรู้จักรึเปล่า ? เขาจ้องฉันเขม็งมาตลอดทางเลย”

เมื่อ เขาพูดจบ ผมจึงหันไปมองด้านหลังและกวาดสายตามองหาผู้หญิงที่ว่า  อ๋อ ใช่ ผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำท่าทางว่าอยากจะเข้ามาหาผมแต่ก็ไม่มาเมื่อครู่นี้ 

            “อ๋อใช่ คนรู้จักน่ะ เขาเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ทำงานในกระทรวง”

ที่ บอกว่าเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อนั้นผมพูดความจริง  เพราะผมคุ้นหน้าเธออยู่พอตัว และดูเหมือนว่าจะเคยเจอกันตอนงานเลี้ยงที่บ้านด้วย  แต่ที่บอกว่าเป็นคนรู้จักน่ะโกหก  ที่บอกไปแบบนั้นเพื่อที่จะให้แฮร์รี่สบายใจ

            “เขาจ้องฉันเขม็งเลยเนี่ยนะ”

            “เธอคงมีปัญหาเรื่องสายตาน่ะ คงลืมใส่แว่น”

ผมโกหกเขาเป็นครั้งที่สองของวันนี้ ก่อนจะหันไปเจอพวกวิสลีย์กับเกรนเจอร์ที่กำลังหันไปมาอย่างร้อนรน  คงจะกำลังหาตัวแฮรี่อยู่เป็นแน่

            “เฮ้ แฮร์รี่ ดูเหมือนพวกเพื่อนๆนายกำลังหาตัวนายอยู่น่ะ ไปซะสิ”

ผม ดันตัวแฮร์รี่ไปข้างหน้าก่อนจะโบกมือเล็กน้อย   “แล้ว นายไม่ไปด้วยเหรอ?”  เขาหันมาถามผมเป็นจังหวะเดียวกับที่พวกเพื่อนๆหันมาเจอเขาพอดีจึงรีบวิ่งมา ทางเขา 


            “ฉันแค่มาช่วยเด็กหลงทางน่ะ” 






===============================
 
จริงๆแล้วเราอัพฟิคเรื่องนี้ลงเด็กดีด้วยล่ะค่ะ บางคนที่ผ่านมาอาจจะคุ้นๆว่าเคยอ่านมาแล้วบ้าง 5555
เป็นฟิคที่ดองนานพอสมควร แล้วก็ควรจะทุบไหดองได้แล้ว../ลูบหน้ารัวๆ

เอาเป็นว่า ถ้าชอบก็คอมเม้นท์ติชมได้เลยนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

หาอ่านยากมากกกก แต่งต่อนะคะ รอ่อานค่า

#1 By นิค (171.99.194.84|171.99.194.84) on 2014-06-14 22:57

Recommend